เรียนรู้วิถีชุมชนและหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามศาสตร์พระราชา ปี 3 ครั้งที่ 2

Summer Camp 3.2 ค่ายของพี่อยู่ที่กาฬสินธุ์

“งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา” จบลงไปอย่างสวยงาม สำหรับกิจกรรม Summer Camp เรียนรู้วิถีชุมชนและหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามศาสตร์พระราชา ปี 3 ครั้งที่ 2 ณ โครงการพัฒนาแก้มลิงหนองเลิงเปือย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.สามัคคี อ.ร่องคำ จ.กาฬสินธุ์ โดยมีทีมนักศึกษาทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ อาสาเข้าร่วมกิจกรรมอย่างอบอุ่น กว่า 20 คน จาก 11 สถาบัน ภายใต้วัตถุประสงค์ที่จะพัฒนาศักยภาพ และทักษะที่จำเป็น อาทิ ทักษะชีวิตและการทำงาน(ทักษะสังคม) การใช้ความคิดสร้างสรรค์ การคิดเชิงวิพากษ์และการแก้ไขปัญหา ตลอดจนเสริมสร้างจิตสาธารณะ แก่นิสิตนักศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรม ผ่านการลงมือปฏิบัติจริงและเรียนรู้วิถีชุมชน ผ่านการลงพื้นที่จริง ของมูลนิธิปิดทองหลังพระฯ และมูลนิธิรากแก้ว

หากจะกล่าวถึงกิจกรรมไฮไลท์ ของ “ค่าย Summer Camp” คงหนีไม่พ้น การให้น้องๆ“สวมหมวก สะพายย่าม ถือแบบสอบถาม เดินลงชุมชน” ไปไม่ได้ ทั้งนี้ เนื่องจากกิจกรรม “Summer Camp” เป็นกิจกรรมที่เกิดจากการร่วมมือกัน ระหว่างมูลนิธิปิดทองหลังพระฯ ซึ่งเป็นองค์กรที่มีหน้าที่ส่งเสริมการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ สู่ชุมชนท้องถิ่นอย่างกว้างขวาง และมูลนิธิรากแก้ว ซึ่งมีหน้าที่ขยายผลการขับเคลื่อนการพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในภาคการศึกษา โดยทำงานเชื่อมโยงกับ นิสิตนักศึกษา และเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ ดังนั้นในการจัดกิจกรรม “Summer Camp” ของมูลนิธิรากแก้ว จึงจำเป็นต้องยึดโยงกับแผนการพัฒนาพื้นที่ ของมูลนิธิปิดทองหลังพระฯ ด้วย “แบบสอบถาม” หรือเรียกอีกชื่อ อย่างเป็นทางการว่า “แบบสำรวจเศรษฐกิจ - สังคม” นับเป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญ อีกชิ้นหนึ่ง สำหรับการพัฒนา โดยเฉพาะการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ ที่เน้นการใช้ข้อมูลเป็นสำคัญ ซึ่งสอดคล้องกับหลักการทรงงานของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ในข้อที่ 1 ที่กล่าวไว้ว่า “ก่อนจะดำเนินงานโครงการใดโครงการหนึ่งนั้น จะต้องศึกษาหาข้อมูลรายละเอียด อย่างเป็นระบบ เพื่อที่จะพัฒนาและให้ความช่วยเหลือได้อย่างถูกต้องและรวดเร็วตรงความต้องการของประชาชนโดยแท้จริง”

อย่างไรก็ตาม ก็มิได้มีเพียงแต่กิจกรรมลงพื้นที่เก็บข้อมูลเศรษฐกิจสังคมเท่านั้น แต่ยังมีการเข้าฐานเรียนรู้ต่าง ๆ ภายในชุมชน ทั้งฐานการปลูกไม้กันชน, ฐานแปลงเกษตรปลอดภัย, ฐานการรวบรวมการผลิต, ฐานการพัฒนาผลผลิตให้ได้มาตรฐาน และฐานเรียนรู้การดำนา อีกด้วย

ดังนั้น “ค่าย Summer Camp” จึงเปรียบเหมือนค่ายพัฒนาชนบทในมิติใหม่ ที่มิใช่เพียงแต่ให้นักศึกษาเข้าไปพัฒนาชุมชน โดยการสร้างอาคาร ปรับปรุงห้องสมุด สร้างศาลาหมู่บ้าน หรือทาสีกำแพงวัด/โรงเรียนอีกต่อไป หากแต่ยังสามารถเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เข้ามาเรียนรู้และเป็นส่วนหนึ่งในองคาพยพที่สำคัญ ในกระบวนการการพัฒนาสังคมและประเทศชาติอีกด้วย

เรื่อง : นายรัชกรัณย์ สวัสดี